ช่วยเด็กด้อยโอกาสให้รอดจากวิกฤต COVID-19

 รู้หรือไม่? เด็กด้อยโอกาสในไทยกำลังรับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19

การระบาดโควิด-19 เกิดขึ้นแล้วในไทย 2 รอบ ครั้งแรกในปี 2563 มีการประกาศล็อคดาวน์ประเทศในที่สุดสถานการณ์ก็เริ่มคลี่คลายในทิศทางที่ดีขึ้นจนถึงการระบาดรอบที่สอง เดือนธันวาคม 2563 ต่อเนื่องถึงปี 2564 เป็นผลกระทบระลอกใหม่ที่รุนแรงมากกว่าเดิม นำมาสู่ 3 ผลกระทบใหญ่ที่เกิดขึ้นแล้วในเด็กและเยาวชนด้อยโอกาส

สุขภาพ

ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นทุกวัน มาตรการภาครัฐเริ่มประกาศควบคุมการแพร่ระบาดในพื้นที่สำคัญแต่ก็เป็นเรื่องยากที่จะควบคุมให้ได้แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ในกลุ่มเด็ก และคนสูงอายุ เมื่อพ่อแม่และผู้ปกครองต้องออกเดินทางไปทำงานนอกบ้านอาจนำพาเชื้อโรคมากระจายถึงคนใกล้ชิด กลายเป็นความเสี่ยงที่เด็ก ๆ ไม่อาจหลีกเลี่ยง

การศึกษา

การระบาดของโควิด-19 ทำให้เด็กที่อยู่ในวัยเรียนต้องหยุดชะงักจากการไม่สามารถเดินทางไปเรียนหนังสือได้ตามปกติ เพราะต้องทิ้งระยะห่างระหว่างบุคคลเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

ขาดแคลนอาหาร ที่อยู่อาศัย และค่าใช้จ่ายในครอบครัว

ปัญหาการขาดแคลนอาหาร ที่อยู่อาศัย และค่าใช้จ่ายในครอบครัวเกิดขึ้นต่อกันเป็นลูกโซ่

เด็กด้อยโอกาสจำนวนมากประสบปัญหาขาดแคลนอาหารที่จำเป็นในการดำรงชีวิต เป็นผลมาจากพ่อแม่ และผู้ปกครองต้องถูกเลิกจ้างจากปัญหาโควิด-19 และไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนจะเริ่มกลับไปทำงานและมีรายได้เลี้ยงครอบครัว

หากเป็นเด็กด้อยโอกาสที่อาศัยอยู่ในบ้านเช่าที่ต้องจ่ายค่าเช่าเป็นรายเดือนด้วยแล้ว นอกจากขาดแคลนอาหารและเงินที่ใช้จ่ายในชีวิตประจำวันแล้ว ยังลามกระทบไปถึงการไม่มีที่พักอาศัยต้องโดนไล่ออกจากบ้านเหตุเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเช่า

เมื่อตั้มและแม่ติดโควิด-19

กรณีน้องตั้ม เด็กหญิงอายุ15 ปี พักอาศัยอยู่ที่อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ ต้องพบว่าตัวเองและแม่ แม่ ที่มีอาชีพขายอาหารทะเล ติดโรคระบาดนี้ด้วยแบบไม่ทันตั้งตัว

 

                                                               น้องตั้ม และคุณแม่  

 

จากจุดเริ่มต้นของการพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ตลาดขายอาหารทะเลที่มหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร ส่งผลให้หลายครอบครัวต้องรับผลกระทบจากการเป็นผู้ติดเชื้อแบบไม่ทันตั้งตัว

แม่เป็นคนแรกของครอบครัวที่ได้รับเชื้อโควิด-19  ด้วยอาชีพขายอาหารทะเลที่ตลาดนัด จึงต้องเดินทางไปรับอาหารทะเลที่ตลาดทะเลไทย จังหวัดสมุทรสาครอยู่เป็นประจำ

ทันทีที่ได้รับข่าวว่าตลาดทะเลไทยมีผู้ติดเชื้อก็ได้ทำการเข้าตรวจ ทำให้พบว่าตัวเองติดเชื้อและได้แพร่

นั่นก็ทำให้ บ้านนี้ ทั้งคุณแม่และน้องตั้ม ติดเชื้อโควิด-19 ทันทีที่ได้รับทราบข้อมูลก็เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลภูเขียวในทันที จากนั้นก็พบว่านอกจากแม่และน้องติดเชื้อแล้วยังมีกลุ่มเสี่ยงจำนวน 11 คน ซึ่งเป็นญาติพี่น้องได้มากินข้าวร่วมกันในบ้าน ตอนนี้ยังรอผลตรวจจากทีมแพทย์โรงพยาบาลภูเขียว

ความเครียดและผลกระทบเกิดขึ้นในทันทีที่ได้ทราบข่าวว่าเป็นผู้ติดเชื้อ

และถึงตอนนี้ สองแม่ลูก รอว่าเมื่อไหร่อาการป่วยจากโควิด-19 จะดีขึ้น โดยที่ไม่รู้เลยว่า หายแล้วจะทำอะไรเลี้ยงครอบครัวกันต่อไป

ไม่ใช่แค่ครอบครัวน้องตั้มและแม่เท่านั้น ยังมีเด็กด้อยโอกาสและครอบครัวอีกจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ที่รอการช่วยเหลือ เพราะเหตุที่ว่า

  • เมื่อผู้ปกครองป่วยเด็กจะอยู่อย่างไร
  • อาหารที่จำเป็นต่อการบริโภคในชีวิตประจำวัน เพียงพอแค่ไหน
  • ของใช้จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต
  • อุปกรณ์ป้องกัน เช่น หน้ากากอนามัย 

ในช่วงเวลาวิกฤตเช่นนี้ ชวนท่านร่วมส่งน้ำใจถึงเด็กด้อยโอกาสอีกมากที่รอการช่วยเหลือ เพียงคลิกบริจาค

 ร่วมบริจาคช่วย เด็กด้อยโอกาสให้รอดในวิกฤต COVID-19  ผ่าน 3 ช่องทาง

  1. บริจาคผ่านบัตรเครดิต Click 

   2. บริจาคผ่าน Mobile Banking Application

 

 

ขั้นตอนการใช้งาน

เปิด Application ของธนาคาร
แสกน QR Code *แสกนได้ด้วยแอพของทุกธนาคาร
ระบุจำนวนเงิน ที่ท่านร่วมบริจาคต่ออายุการเรียน

   √   500 บาทต่อเดือน                

   √   1,000  บาทต่อเดือน                

   √   1,500 บาท                

   √   ร่วมสมทบทุน (โปรดระบุ)........  บาท

 

3. โอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร กรุงศรี 116-1-02597-6

ชื่อบัญชี มูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ. เพื่อเด็กและเยาวชน 

 

แจ้งหลักฐานการโอนเงินบริจาคมาที่ Email: ccfthai@ccfthai.or.th
หรือ Line ID: @thaiCCF หรือ โทร.02-747-2600, 089-029-2093

 

ร่วมบริจาคช่วยเหลือเด็ก

ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสาร

English

ร่วมบริจาคช่วยเหลือเด็ก