![]()
รัฐบาลญี่ปุ่นสนับสนุนการศึกษาเด็กพื้นที่ชายแดนจังหวัดตาก
ผ่านการดำเนินงานของ มูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ. เพื่อเด็กและเยาวชนฯ
รัฐบาลญี่ปุ่นให้การสนับสนุนงบประมาณด้านการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่ชายแดนจังหวัดตาก ผ่านการดำเนินงานของมูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ. เพื่อเด็กและเยาวชนฯ ภายใต้โครงการความร่วมมือทางเศรษฐกิจแบบให้เปล่าเพื่อพื้นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ (Grant Assistance for Grassroots Human Security Projects: GGP)
![]() |
![]() |
การสนับสนุนดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนิน “โครงการก่อสร้างหอพักนักเรียนหญิงของโรงเรียนมัธยมศึกษาที่จังหวัดตาก (The Project for the Construction of Female Dormitory at Secondary School in Tak Province)” โดยก่อสร้างอาคารหอพักนักเรียนหญิงคอนกรีตเสริมเหล็ก จำนวน 1 อาคาร สูง 2 ชั้น ประกอบด้วยห้องพักนักเรียน ห้องพยาบาลจำนวน 1 ห้อง ห้องอาบน้ำจำนวน 6 ห้อง และห้องสุขาจำนวน 6 ห้อง พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็น อาทิ พัดลม เตียงนอน และที่นอน เพื่อเอื้อต่อการพักอาศัยและการใช้ชีวิตประจำวันของนักเรียนอย่างเหมาะสมและปลอดภัย
เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ได้มีพิธีส่งมอบอาคารหอพักนักเรียนหญิง ณ โรงเรียนท่าสองยางวิทยาคม ตำบลแม่ต้าน อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก โดยมีผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย Mr.Toru Kajiwara (นายคะจิวาระ โทรุ) อัครราชทูตฝ่ายเศรษฐกิจสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย Mr. Akiyoshi Suzuki (คุณอะคิโยชิ ซูซูกิ) เลขานุการโท สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย หัวหน้า จีจีพี Ms. Eriko Yuzawa (คุณเอริโกะ ยูซาวะ) ผู้ประสานงานโครงการจีจีพี สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ดร.บรรจงเศก ทรัพย์โสภา ผู้อำนวยการ มูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ.ฯ และ ดร.สุรีย์วัลย์ ลิ้มพิพัฒนกุล ที่ปรึกษายุทธศาสตร์และแผนงาน มูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ.ฯ นายจิรกร ฐาวิรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก โดยมีนายปรีดา ฟุ้งตระกูลชัย นายอำเภอท่าสองยาง ให้เกียรติมาเป็นประธานพิธี
โรงเรียนท่าสองยางวิทยาคม ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลและมีข้อจำกัดด้านการเดินทางและการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา การก่อสร้างหอพักนักเรียนหญิงในครั้งนี้จะช่วยลดความเสี่ยงจากการเดินทางไปและกลับโรงเรียน ลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวและเพิ่มความปลอดภัยให้แก่นักเรียนหญิงที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล
![]() |
![]() |
โครงการดังกล่าวยังช่วยเอื้อให้นักเรียนสามารถศึกษาเล่าเรียนได้อย่างต่อเนื่องจนสำเร็จการศึกษาในระดับมัธยมศึกษา คาดว่าจะมีส่วนสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและเพิ่มโอกาสให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่ชายแดนได้พัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่
การสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่นในครั้งนี้ สะท้อนถึงความห่วงใยต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความมั่นคงของมนุษย์ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนในพื้นที่ด้อยโอกาส อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือและความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่น ผ่านการสนับสนุนด้านการศึกษา ซึ่งนับเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืนในระยะยาว



