ไม่ควรมีเด็กคนไหนต้องท้องหิวก่อนไปโรงเรียน

ถ้าปราศจากอาหารเช้า เด็ก ๆ ทางภาคใต้เรียนไม่ได้ดีเท่าที่ควร เมื่อเด็ก ๆ ท้องหิวก็จะขาดสมาธิในการฟังสิ่งที่ครูสอน และการศึกษาที่ด้อยคุณภาพ หมายถึงเด็กมีความหวังที่ริบหรี่ว่าอนาคตของตัวเองจะเป็นอย่างไร

โปรด คลิ้ก บริจาค 3,750 บาทในวันนี้ เด็กหนึ่งรายก็จะได้มีอาหารเช้ารับประทานตลอดทั้งปี

ลองนึกภาพของเด็กภาคใต้สักคนที่ขาดพ่อ เหลือแต่แม่ที่คอยดิ้นรนหาเลี้ยงด้วยรายได้เพียงวันละ 45 บาท และ เด็กคนนั้นนอกจากต้องเผชิญกับสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นทุกวันแล้ว ยังต้องตื่นเช้าขึ้นมาพบกับจานข้าวที่ว่างเปล่า เพราะไม่มีอาหารอะไรสักอย่างในบ้าน 

ลองนึกต่อไปว่า เมื่อไปถึงโรงเรียนแล้วเด็กคนนั้นจะสามารถตั้งใจฟังในสิ่งที่ครูสอนได้หรือไม่... เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ

นี่คือเรื่องจริงที่น้อง อัสมะห์ วัย 11 ปี ต้องเผชิญอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เธอเรียนอยู่ชั้น ป.4 โรงเรียนบ้านบาตูฯ มิตรภาพที่ 66 อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส  พ่อของอัสมะห์ทิ้งเธอมาแต่งงานใหม่และไม่เคยเหลียวแลลูกเลย แม่ของเธอต้องแอบร้องไห้แทบทุกคืน ด้วยความหวั่นวิตกว่า จะหาเลี้ยงลูกน้อยสองคนได้อย่างไร

อัสมะห์เป็นเด็กผอมแห้งแรงน้อยและเจ็บป่วยบ่อยๆ แต่ที่แม่เป็นกังวลที่สุดก็คือลูกน้อยของเธอเรียนหนังสือไม่ดีเลย ครูบอกว่าอัสมะห์ได้เกรดต่ำถึง 1.45

“แม่รู้ค่ะว่าถ้าเด็กไม่ได้กินข้าวเช้าก่อนไปโรงเรียน ก็จะปวดท้อง แม่น่ะปวดใจอยู่ลึกๆ แต่ไม่รู้จะทำยังไงเพราะมันไม่มีข้าว หรือกับอะไรที่จะหุงหาให้ลูกกิน ถ้าวันไหนมีกับข้าวบ้าง แม่ก็จะให้ลูกกินก่อน ตัวเองก็ยอมอดเอา” แม่ของอัสมะห์เล่าให้เราฟัง

ที่โรงเรียนอัสมะห์ชอบเรียนวิชา “อาชีพและสารสนเทศ” เพราะเธอจะมีโอกาสได้ฝึกทำอาหาร เพื่อจะเอาไปทำให้ที่บ้านกิน อัสมะห์บอกว่า “ถ้าวันไหนมีเรียนทำกับข้าวหนูจะดีใจเป็นพิเศษเลยค่ะ เพราะจะได้มีกับข้าวกลับไปให้แม่กับน้องได้กิน อร่อยๆ”

อัสมะห์ฝันอยากจะเป็นเชฟ จะได้ทำอาหารอร่อยๆ ให้ทุกคนได้รับประทาน 

ท่านคงทราบดีถึงเรื่องราวโหดร้ายที่เกิดขึ้นแทบทุกวันในภาคใต้ เหตุความรุนแรงเกิดขึ้นถี่มากจนกระทั่งหนังสือพิมพ์แทบจะ ไม่ค่อยได้รายงานถึงจำนวนผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ ยกเว้นแต่จะมีการโจมตีครั้งใหญ่ๆ เท่านั้นจึงจะมีการพาดหัวข่าว แต่สิ่งที่ คนไม่ค่อยทราบกันก็คือมีเด็กมากมายเหลือเกินที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรง 

สำหรับอัสมะห์กับเด็กยากจนรายอื่นๆ พวกเราไม่สามารถจะยืนดูอยู่ห่างๆ ได้ ตรงกันข้าม เราจะต้องลงมือช่วยพวกเขา เดี๋ยวนี้เพื่อให้เด็กๆ ได้อิ่มท้อง ก่อนจะสายเกินแก้ เพราะร่างกายและสมองน้อยๆ ของพวกเขาอาจแคระแกร็นตลอดไป

ที่โรงเรียนของอัสมะห์มีเด็กถึง 288 คนจากนักเรียนทั้งหมด 706 คนที่ไม่ได้กินอาหารเช้าก่อนเข้าเรียน คุณครูบอกว่า “เด็กๆ พวกนี้จะนั่งเรียนอย่างกระสับกระส่ายด้วยความหิวและมักนั่งเหม่อลอยไม่มีสมาธิฟังครู” คุณครูบอกอีกว่าเด็กเหล่านี้ มักจะป่วยบ่อยๆ หลายคนเป็นโรคกรดในกระเพาะ อัสมะห์ก็เป็นหนึ่งในนั้น ครั้งหนึ่งเธอถึงกับต้องเข้าโรงพยาบาล

จากการศึกษาวิจัยสถิติเด็กไทยระหว่าง ปี 2558 - 2559 โดย United Nations และ สำนักงานสถิติแห่งชาติ แสดงให้เห็นว่า เด็กในภาคใต้ของไทย มีภาวะทุพโภชนาการ และมีน้ำหนัก ต่ำกว่าเกณฑ์ ความสูงเฉลี่ยก็ต่ำกว่าเด็กในภาคอื่น

นางสีตีฮามีด๊ะ มาหะมะ ครูสอนคณิตศาสตร์และครูอนามัย โรงเรียนบ้านเจาะกือแย จ.ปัตตานี ได้กล่าวถึงปัญหาโภชนาการของนักเรียนว่าพวกเขามาจากครอบครัวที่ยากจนและขาดโอกาสต่างๆ ในชีวิต เด็กๆ หลายคนไม่มีอาหารเช้าและรวมไปถึงอาหารเย็นหลังจากเลิกเรียน บางคนสูญเสียพ่อแม่จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในภาคใต้ ซึ่งมีผลกระทบต่อจิตใจของเด็กๆ ทำให้เขาไม่มีกำลังใจในการมาโรงเรียนและดูแลตัวเอง

ในวันนี้.... น้ำใจของท่านจะช่วยให้มูลนิธิฯ สามารถมอบอาหารเช้าให้แก่เด็กๆ ในจังหวัดชายแดนใต้ได้ สิ่งนี้มีความสำคัญมาก เพราะอนาคตของชาติอยู่ในมือของเด็กๆ เหล่านี้ 
 
ข่าวดีก็คือ มูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ. มีโครงการที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วยเด็กอย่างอัสมะห์ได้ไม่ยาก นั่นคือ โครงการอาหารเช้าเพื่อน้อง โครงการมีรายละเอียดอย่างนี้ค่ะ
 
• โรงเรียนจะต้องช่วยสมทบค่าอาหารเช้าบางส่วนของเด็ก
• พ่อแม่ผู้ปกครองจะต้องช่วยรับผิดชอบสมทบค่าอาหารเช้าของเด็กเท่าที่จะมีกำลัง
• เด็กทุกคนจะต้องลงทะเบียนร่วมโครงการ
• ก่อนเริ่มโครงการเราจะชั่งน้ำหนักวัดส่วนสูงของเด็ก
• เมื่อจบภาคการศึกษาเด็กๆ แต่ละคนจะได้รับการชั่งน้ำหนักวัดส่วนสูงอีกครั้ง และส่งรายงานมายังมูลนิธิฯ เพื่อเช็คว่าเด็กเติบโตขึ้นกว่าก่อนร่วมโครงการหรือไม่ 
• ครูและนักเรียนจะต้องกรอกแบบสอบถาม เพื่อประเมินความพึงพอใจต่อโครงการ 
 
 
โปรดอย่ารีรอ เพียง คลิ้ก บริจาค 3,750 บาทในวันนี้ เด็กหนึ่งรายก็จะได้มีอาหารเช้ารับประทานตลอดทั้งปี
 
เพื่อให้ร่างกายเติบโตเต็มศักยภาพ เด็กเล็กๆ จะต้องได้รับอาหารที่มีโภชนาการครบถ้วนอย่างน้อยวันละหนึ่งมื้อ โปรดช่วยให้ อัสมะห์กับเพื่อนๆ ในภาคใต้ได้รับสารอาหารที่พวกเขาต้องการด้วยเถิดค่ะ
 
นี่เป็นเงินก้อนเล็กๆ แต่จะสามารถสร้างความมั่นใจได้ว่าจะช่วยให้เด็กได้เติบใหญ่แข็งแรง และเป็นกำลังให้ครอบครัวของเขา ได้ในอนาคต
 
*อาหารเช้าช่วยให้เด็กเติบโตทั้งร่างกาย สมอง และจิตใจ เราไม่ต้องการให้เด็กคนใดต้องอดอาหารเช้า ท่านก็เช่นกันใช่ไหมคะ ในโอกาสที่โรงเรียนใกล้จะเปิดเทอมใหม่นี้ โปรดมอบอาหารเช้าเป็นของขวัญให้เด็ก เพื่อเราจะช่วยให้เด็กเรียนหนังสือได้อย่างเต็มที่
 

ข่าวความเคลื่อนไหว

“อาหารเช้า” มีความสำคัญเทียบเท่ากับหนังสือที่ใช้ในการเรียนรู้ของเด็กๆ

“อาหารเช้า” มีความสำคัญเทียบเท่ากับหนังสือที่ใช้ในการเรียนรู้ของเด็กๆ ยังมี เด็กยากไร้อีกนับหมื่นคนที่ขาดอาหารมื้อสำคัญ

วินัยดี... เริ่มที่อาหารเช้า

อาหารเช้า อาหารมื้อสำคัญที่ช่วยให้เด็กๆ มีสมาธิและเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียน ไม่ใช่แค่เพียงอิ่มท้องในตอนเช้า โครงการพัฒนาเด็ก ซี.ซี.เอฟ. จังหวัดอำนาจเจริญ ยังปลูกฝังวินัยให้กับเด็กๆ รับผิดชอบจาน ชาม ถาดหลุม และปัดกวาดโต๊ะอาหาร ทุกเช้าหลังรับประทานอาหารจนเป็นนิสัย

อาหารเช้า มื้อสำคัญของหนู

โครงการอาหารเช้าเพื่อน้องในโรงเรียน ไม่เพียงช่วยให้เด็กได้รับสารอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบ 5 หมู่ ทำให้ร่างกายพร้อมเรียนรู้ในแต่ละวัน หากยังส่งผลให้เกิดความเอื้ออาทร ร่วมมือกันระหว่างเด็กๆ ผู้ปกครอง ครู วัด และคนในชุมชนอีกด้วย

แม่จ๋า...หนูหิวข้าว เพราะทุกชีวิต...เลือกเกิดไม่ได้

ขณะนี้...มีเด็กยากไร้มากมายเหลือเกินต้องเผชิญชีวิตและมีเรื่องราวไม่แตกต่างกัน เพียงเพราะพวกเขาเลือกเกิดไม่ได้ หลายคนกินไม่อิ่มท้อง ชีวิตความเป็นอยู่ยากแค้นลำเค็ญ กลายเป็นเรี่ยวแรงหลักของครอบครัว ต้องออกจากโรงเรียนก่อนวัยอันควร หนำซ้ำเด็กจำนวนไม่น้อยถูกพ่อแม่ทอดทิ้ง เติบโตอย่างปราศจากความรักและอุ่นไอจากอกพ่อและแม่

อาหารเช้าเพื่อน้อง ลองชิมแล้ว อร่อยมาก!

อาหารเช้าจำเป็นอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโตของเด็ก พิสูจน์ได้จากข้อมูลที่ มูลนิธิฯ เก็บรวบรวมอย่างต่อเนื่อง ในรอบห้าเดือน เด็ก 7,489 คนที่ได้รับประทานอาหารเช้าซี.ซี.เอฟ. ใน 106 โรงเรียนและ 64 ชุมชนมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเฉลี่ยคนละ 2.29 กก.และมีส่วนสูงเพิ่มเฉลี่ย 1.57 ซม.ต่อคน

เช้าอิ่มท้อง น้องมีสุข

เป็นโครงการที่ มูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ. ริเริ่มขึ้นด้วยแรงบันดาลใจที่ได้รับจากองค์อุปถัมภ์ ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระอัจฉริยภาพและพระเมตตาต่อเด็กๆ โดยได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 เพื่อแก้ปัญหาเด็กๆ ที่ต้องไปโรงเรียนโดยไม่ได้กินอาหารเช้า

VDO Clip

Spot โครงการอาหารเช้าเพื่อน้อง

โปรดช่วยให้ เด็กท้องอิ่มใน อาหารมื้อสำคัญที่สุด
โทร 0 2747 2600 หรือ

3,750 บาท (1 ปีการศึกษา) หรือ 1,875 บาท (1 ภาคเรียน) บริจาคระบุจำนวนเงิน
Copyright 2016 - CCF (Community Children Foundation) Under the Royal Patronage of HRH Princess Maha Chakri Sirindhorn