แม่จ๋า...หนูหิวข้าว เพราะทุกชีวิต...เลือกเกิดไม่ได้

"แม่จ๋า...หนูหิวข้าว"

เสียงท้องร้องดังจ๊อกๆ ทำให้ "เปรี้ยว" เด็กหญิงตัวน้อยวัย 5 ขวบ อดไม่ได้ที่จะหันไปบอกแม่ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "หนู..หิวข้าว" ผู้เป็นแม่ต้องแอบซ่อนความทุกข์ระทมไว้ในใจก่อนบอกให้เด็กน้อยอดใจรอ ขณะที่สองมือก็ประคับประคองทารกน้อยวัย 2 เดือนเศษ ที่กำลังหายใจถี่ๆ อย่างยากเย็น เนื่องจากอาการหอบหืดกำเริบ 

ครอบครัวของเปรี้ยวมีหลายชีวิตอาศัยอยู่ด้วยกันอย่างแออัดในห้องที่อับชื้น และมีข้าวของเครื่องใช้เพียงไม่กี่ชิ้น ทุกคนต่างเฝ้ารออาหารมื้อต่อไปจากค่าแรงของพ่อผู้เป็นเรี่ยวแรงหลักในการทำงาน เปรี้ยวกับพี่น้องต้องอยู่อย่างอดมื้อกินมื้อเป็นประจำ เพราะรายได้อันน้อยนิดของพ่อที่ออกไปรับจ้างตั้งแต่เช้ายันมืดค่ำ ไม่เคยเพียงพอที่จะทำให้ทุกคนได้กินอิ่มท้อง

"แววตาของกานต์ซ่อนความเจ็บปวดไว้เสมอเมื่อถูกถามถึงพ่อกับแม่"

ภาพมือน้อย ๆ ของ "กานต์" ซึ่งกำลังขะมักเขม้นใส่ฟืนลงในเตาก่อนที่จะก่อไฟหุงข้าวสลับกลับวิ่งไปเฝ้าดู "กล้า" น้องชายวัยขวบกว่าที่เพิ่งหลับหลังจากเขาช่วยป้อนนมเสร็จ ช่างเป็นภาพที่น่าเวทนาเหลือเกิน ทั้งคู่ถูกพ่อแม่ทอดทิ้งให้อยู่กับตาซึ่งยึดอาชีพรับจ้างตามแต่จะมีใครมาว่าจ้าง ซึ่งก็ไม่ได้มีให้ทำทุกวัน ตาเลี้ยงหลานทั้งสองคนมาตั้งแต่ยังแบเบาะภายในบ้านไม้ไผ่หลังเล็กๆ ที่สร้างขึ้นพอแค่คุ้มแดดคุ้มฝน ความยากจนข้นแค้นและความรู้สึกโดดเดี่ยวจากอ้อมกอดของพ่อและแม่เผยให้เห็นอยู่เสมอในแววตาคู่เล็กๆ ที่ซ่อนความเจ็บปวดไว้นั้น 

สำหรับเด็กชายวัย 8 ปี อย่างกานต์แล้ว เขาควรจะได้วิ่งเล่นสนุกสนานเช่นเดียวกับเด็กในวัยเดียวกัน แต่วันนี้ เด็กอย่างกานต์ต้องตรากตรำทำงานเท่าที่กำลังของเขาพอจะช่วยได้ เด็กน้อยบอกได้แต่เพียงว่า "ผมรักตา อยากทำงาน ตาจะได้ไม่เหนื่อย"

"ยามลมพัดหนาวจนสั่น...หนูได้แต่ฝันว่า..แม่มานอนกอดหนูไว้"

น้องแพรว ต้องสูญเสียแม่ไปด้วยอุบัติเหตุเมื่อเธอมีอายุเพียง 7 เดือน จากนั้นไม่นานพ่อได้ทอดทิ้งเธอและพี่สาวไปโดยไม่หันกลับมาเหลียวแลอีกเลย ทั้งคู่มีเพียงตาและยายคอยป้อนข้าวป้อนน้ำเมื่อยามท้องหิว "ได้แต่เลี้ยงกันไปวัน ๆ ตามยถากรรม ยังไม่รู้หนทางข้างหน้า ยายอายุ 83 แล้ว ไม่รู้จะอยู่ได้นานแค่ไหน" ยายเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าที่เห็นชัดถึงความทุกข์ตรม

เพราะไม่มีที่ดินทำกิน รายได้ส่วนใหญ่มาจากงานรับจ้างของตา ปีไหนถ้าแย่งจับจองพื้นที่ริมบึงน้ำสาธารณะท้ายหมู่บ้านได้ก็จะทำนาได้แต่ก็แค่ในยามน้ำลดเท่านั้น ข้าวที่ได้ก็พอประทังทุกชีวิตเพียงสองถึงสามเดือนเท่านั้นในแต่ละปี

บ้านที่เธอและครอบครัวอาศัยอยู่ช่างทรุดโทรมและเสาเริ่มโย้เย้จนน่ากลัวจะผุพังในเร็ววัน หนำซ้ำหลังคาสังกะสีเก่าคร่ำคร่าก็เต็มไปด้วยรูพรุน น้องแพรวบอกด้วยแววตาเศร้าสร้อยว่า "ตอนหน้าฝนน้ำจะรั่วค่ะ เวลานอนต้องคอยหลบฝนเอา พอหน้าหนาว ลมพัดหนาวจนสั่น หนูได้แต่ฝันว่า.. แม่มานอนกอดหนูไว้"

"หนูคิดถึงแม่" ถึงวันนี้แพรวมีอายุได้ 10 ปีแล้ว เธอเเห็นหน้าและรู้จักแม่แค่เพียงจากรูปถ่ายเท่านั้น อ้อมกอดที่อบอุ่นจากผู้เป็นแม่เธอจึงไม่เคยได้สัมผัส ทุกวันนี้แพรวได้แค่เพียงหวังว่าจะมีใครสักคนไหมที่จะยื่นมือมาโอบกอดให้โอกาสแก่เด็กที่ไร้โอกาสอย่างเธอ…

เพราะทุกชีวิต...เลือกเกิดไม่ได้...
โปรดหยุด... ความหิวโหยที่รุมเร้า... และความทุกข์ระทม
โทร.0 2747 2600

ขณะนี้...มีเด็กยากไร้มากมายเหลือเกินต้องเผชิญชีวิตและมีเรื่องราวไม่แตกต่างกัน เพียงเพราะพวกเขาเลือกเกิดไม่ได้ หลายคนกินไม่อิ่มท้อง ชีวิตความเป็นอยู่ยากแค้นลำเค็ญ กลายเป็นเรี่ยวแรงหลักของครอบครัว ต้องออกจากโรงเรียนก่อนวัยอันควร หนำซ้ำเด็กจำนวนไม่น้อยถูกพ่อแม่ทอดทิ้ง เติบโตอย่างปราศจากความรักและอุ่นไอจากอกพ่อและแม่ 

โปรดเปิดใจของท่านหยิบยื่นความช่วยเหลือและมอบโอกาสแก่เด็กยากไร้ด้วยการรับเป็นผู้อุปการะพวกเขาสักคน เมตตาจิตจากท่านจะช่วยปลอบประโลมและกอบกู้ชีวิตพวกเขาให้หลุดพ้นจากความยากจนได้

Copyright 2016 - CCF (Community Children Foundation) Under the Royal Patronage of HRH Princess Maha Chakri Sirindhorn